Headline News

MG GS 2.0TD 2WD : “แรงหลังติดเบาะ – ช่วงล่างหนึบ” SUV ทางเลือกของคนหนุ่มสาว

พฤษภาคม 16, 2016
16,416 Views

MG GS เป็นรถยนต์โมเดลที่ 4 ของ เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) ในการทำตลาดเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ “เอ็มจี” หมายมั่นว่าจะมีพื้นที่ยืนในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์บ้านเรา เช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ของโลกที่เอ็มจีเข้าไปทำตลาด คำว่า Sport Compact SUV คือ สิ่งที่เอ็มจี ตั้งใจสร้างให้รถคันนี้เป็น

[vc_row][vc_column][vc_column_text] MG GS เป็นรถยนต์โมเดลที่ 4 ของ เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) ในการทำตลาดเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ "เอ็มจี" หมายมั่นว่าจะมีพื้นที่ยืนในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์บ้านเรา เช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ของโลกที่เอ็มจีเข้าไปทำตลาด คำว่า Sport Compact SUV คือ สิ่งที่เอ็มจี ตั้งใจสร้างให้รถคันนี้เป็น [taq_review][/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_column_text][/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_column_text]MG GS มาพร้อมรูปโฉมที่เป็…

8

GREAT

driveautoblog ฟันธง!

MG GS คือ Compact SUV คันแรกจากค่าย MG และเลือกเปิดตัวในไทยเป็นประเทศที่ 2 ทำตลาดทั้งรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 2.0TX AWD และรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า 2.0TD 2WD...รูปโฉมการออกแบบ ยังคงยึดหลักการออกแบบแนวทาง Brit Dynamic ด้วยเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์ อารมณ์สปอร์ต MG GS จัดอุปกรณ์ความปลอดภัยมาให้เต็มคัน ภายใน ติดตั้งอุปกรณ์มากมาย ทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เบาะคนขับปรับระดับไฟฟ้า 6 ทิศทาง แอร์ออโต้ และแอร์แถวหลัง รองรับระบบเอ็นเตอร์เทนเมนผ่านหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รวมถึงระบบ inkaNet ซึ่งเป็นระบบรายงานข้อมูลตัวรถที่เชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนทั้งระบบ android และ ios เจ๋งตรงที่สามารถแชร์สัญญาณ Wi-Fi ออกมาให้สมาชิกภายในรถ ต้องบอกว่าเป็นเจ้าแรกในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ของเมืองไทยเลยทีเดียว ติตรงงานผิวสัมผัสวัสดุ ที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ช่วงล่างเซ็ตมาสไตล์สปอร์ต เฟิร์ม หนึบ เกาะถนนดีมาก แต่มีความกระด้างเหมาะจะเป็นรถวัยรุ่น การเก็บเสียงภายในทำได้ดี จะได้ยินเพียงเสียงยาง เมื่อใช้ความเร็วระดับ 100 - 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในรุ่น 2.0TD 2WD...เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร แรงถึง 218 แรงม้า แค่แตะคันแร่งเบาๆ รถก็พุ่งหลังติดเบาะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 8.2 วินาที การเดินทางไกลด้วย MG GS ไม่เหนื่อยแน่นอน เพราะแรงบิดสูงสุดมาที่รอบต่ำ มีเทอร์โบเข้ามาบูสต์ช่วย เร่งแซงทันใจ ทั้งยังรองรับเชื้อเพลิง E85 เพิ่มทางเลือกในการใช้น้ำมัน เมื่อพิจารณาเรื่องอุปกรณ์ และฟีเจอร์ ระบบความปลอดภัย เทียบกับราคา ก็นับว่าเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจมากๆ คันหนึ่ง

PERFORMANCE

8.5

RIDE & HANDLING

7

UTILITY

8.5

COMFORTABLE

6.5

DESIGN

8.5

ENTERTAINMENT

8.5

SAFETY

8.5

OPTION&PRICE

8

User Rating : 4.14 ( 7 votes)
8

2016 All New MG GS Test drive driveautoblog (66)

MG GS มาพร้อมรูปโฉมที่เป็นเอกลักษณ์ ชัดเจน ไม่ซ้ำใคร มีความโดดเด่นในด้านการดีไซน์ที่แตกต่าง ให้อารมณ์ความเป็นสปอร์ต นี่คือ Compact SUV คันแรกของโลกจากค่าย MG

MG GS ยังคงยึดหลักการออกแบบ Brit Dynamic ด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย ฝากระโปรงรูปตัว V จรดที่โลโก้ตรงกลาง ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์เลนส์ ฮาโลเจน ที่มีระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ และระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบหัวฉีดล้างโคมไฟหน้าในรุ่น  AWD กันชนหน้าสีดำ ติดตั้งไฟตัดหมอก พร้อมไฟเดย์ไทม์แบบ LED

ด้านข้างไม่เน้นเส้นสายที่ซับซ้อน แต่สะดุดตาด้วยล้อแม็ก 5 ก้านคู่ แบบ Diamond Cut ขนาด 18 นิ้ว กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถยนต์ในประเทศไทยไปแล้ว

ไฟท้าย LED มองเห็นชัดเจน รู้เลยว่า นี่คือ MG GS อุปกรณ์ต่างๆ ก็มาครบ ทั้งเสาอากาศแบบครีบฉลาม, สปอยเลอร์หลัง, ก้านปัดน้ำฝน, ทับทิมสะท้อนแสง, ท่อไอเสียคู่ดีไซน์เข้ากับตัวรถ และกล้องกะระยะด้านหลัง

2016 All New MG GS Test drive driveautoblog (25)

ชัดเจนมากๆ กับไฟท้าย LED มองเห็นชัดเจน รู้เลยว่า นี่คือ MG GS อุปกรณ์ต่างๆ ก็มาครบ ทั้งเสาอากาศแบบครีบฉลาม, สปอยเลอร์หลัง, ก้านปัดน้ำฝน, ทับทิมสะท้อนแสง, ท่อไอเสียคู่ดีไซน์เข้ากับตัวรถ ในส่วนของกล้องกะระยะด้านหลัง ถูกติดตั้งอยู่ขอบล่างสุดของฝาปิดท้าย เหนือป้ายทะเบียน รวมทั้งปุ่มเปิดฝาท้ายด้วย จุดนี้ ต้องก้มตัวหน่อย อาจจะลำบากเวลาหอบของมาใส่ท้ายรถ ก็คงต้องวางกับพื้นก่อน เพราะไม่มีระบบเปิดฝาท้ายอัตโนมัติ (Auto Lift Gate)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (5)

ภายใน เน้นโทนสีดำเพื่อความสปอร์ต ตกแต่งด้วยการใช้สีเปียโน แบล็ค และตัดขอบจุดต่างๆด้วยสีเทา-เงิน แต่ความน่าเสียดาย ก็เป็นเรื่องของการเลือกใช้วัสดุ รวมถึงงานผิวสัมผัสที่ยังไม่ให้ความรู้สึกที่ดี เมื่อเทียบกับรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นที่จะมีจุดเด่นในเรื่องของการเลือกใช้วัสดุพรีเมี่ยมมากกว่า

อุปกรณ์ภายในของ MG GS ถือว่าครบครันมากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดรถยนต์บ้านเราเลยก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง 3 ก้าน, หน้าจอมัลติฟังก์ชั่นขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ที่รองรับระบบ inkaNet (อินคาเน็ต) เชื่อมต่อกับระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 8 ตัว รองรับมัลติมีเดีย และการเชื่อมต่อ Bluetooth USB และAUX, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูส คอนโทรล, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, กุญแจอัจฉริยะ และการสตาร์ทรถแบบ Push Start

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (1)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive 1

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (15)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (27)

MG GS ติดตั้งระบบการช่วยเหลือ และระบบความปลอดภัยภายในห้องโดยสารที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control, ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift (เฉพาะรุ่น 2.0 AWD), หน้าปัดเรือนไมล์เปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเข้าโหมดสปอร์ต, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และด้านข้างรวม 4 จุด, ปุ่มควบคุมระบบเบรกมือไฟฟ้า แทรคชั่น คอนโทรล และปุ่มเปิด-ปิดระบบ AWD (ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (29)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (26)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (30)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (36)

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (38)

ในรุ่นท๊อปสุด ยังมาพร้อมหลังคากระจก Sunroof ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า พื้นที่ภายในไม่อึดอัด เหลือพื้นที่ให้ยืด ให้เหยียดเท้าได้อย่างสบาย เบาะแถวหน้าขนาดใหญ่ และหนามาก โอบรับแผ่นหลังได้ดี ปรับด้วยระดับไฟฟ้า 6 ทิศทาง แต่การวางตำแหน่งของพวงมาลัย สำหรับผมนี่คืออีกหนึ่งปัญหาของ MG GS เพราะแม้จะปรับระดับได้ถึง 4 ทิศทาง บวกเบาะปรับไฟฟ้า ผมก็หาจุดที่ลงตัวในการขับขี่ได้ยาก อาจจะเป็นเพราะองศาของพวงมาลัยที่ไม่พอที่กับตัวเบาะ เบาะแถวสอง พนักพิงปรับปรับเอนได้ 14 องศา พับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ ที่สำคัญมีแอร์แถวสองมาให้ด้วย

2016 MG GS interior driveautoblog Testdrive (3)

สิ่งที่เป็นจุดเด่นสำคัญที่ต้องพูดถึงใน MG GS คือระบบ  inkaNet เป็นระบบที่ใช้สื่อสารระหว่างรถยนต์ กับผู้ขับขี่ เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ การจราจร เส้นทาง พร้อมระบบนำทางที่สามารถกำหนดเพิ่มเติมสถานที่ที่สนใจของผู้ขับขี่ได้ด้วยตัวเอง โดยผู้ใช้สามารถใช้งานและสั่งการได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน และหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อความสะดวก

ระบบอินคาเน็ต inkaNet ใน MG GS มีการติดตั้งกล่องควบคุมที่เรียกว่า T-Box เป็นตัวกลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างรถยนต์กับผู้ขับขี่ โดยผู้ใช้สามารถใช้งานระบบอินคาเน็ต  inkaNet ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

  1. แอพพลิเคชั่น inkaNet บนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
  2. เว็บไซต์ www.mgcars.com ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
  3. MG Call Centre 1-800-999-988, 1-401-999-988 กด 3

MG GS รุ่นนี้ ยังสามารถปล่อยสัญญาณ Wifi Hotspot ให้กับอุปกรณ์สื่อสารภายในรถ เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต จุดนี้ สะดวกสบายจริงๆครับ ผมชอบฟีดเจอร์ตัวนี้มากๆ พูดง่ายก็คือ ซื้อ MG GS 1 คัน ก็จะได้มือถืออีกหนึ่งเครื่องที่ติดอยู่ภายในรถ เพราะผู้ใช้ยังสามารถที่จะโทรเข้าโทรออกได้จากตัวรถ ในกรณีที่ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ทำงาน หรือที่บ้าน ก็ตามแต่ เพราะในตัวรถจะมีซิมการ์ดติดไว้ให้แล้วเรียบร้อย

MG GS 2016 driveautoblog

นอกจากนั้นใน MG GS รุ่นนี้ ยังสามารถปล่อยสัญญาณ Wifi Hotspot ให้กับอุปกรณ์สื่อสารภายในรถ เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต จุดนี้ สะดวกสบายจริงๆครับ ผมชอบฟีดเจอร์ตัวนี้มากๆ พูดง่ายก็คือ ซื้อ MG GS 1 คัน ก็จะได้มือถืออีกหนึ่งเครื่องที่ติดอยู่ภายในรถ เพราะผู้ใช้ยังสามารถที่จะโทรเข้าโทรออกได้จากตัวรถ ในกรณีที่ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ทำงาน หรือที่บ้าน ก็ตามแต่ เพราะในตัวรถจะมีซิมการ์ดติดไว้ให้แล้วเรียบร้อย ถามว่าเสียเงินหรือไม่? เมื่อใช้งาน ก็บอกได้เลยว่า เสียครับ แต่ทางเอ็มจีจะให้ใช้ฟรีเป็นระยะเวลา 5 ปี ตามแพคเกจรายเดือนในข้อ 1 คือโทรฟรี 100 นาที ส่ง SMS 50 ข้อความ พร้อม 3G DATA ขนาด 300 MB โดยไม่ลดสปีด

แต่หากใน 1 เดือนผู้ใช้รถ ใช้แพคเกจหมดก่อนกำหนด ลูกค้าก็สามารถเติมแพคเกจเองได้ เช่นเดียวกับการเติมเงินในระบบมือถือปกติ ในอัตราบริการค่าโทร 0.90 บาท/นาที SMS 1 บาท/ข้อความ MMS 3 บาท/ข้อความ และข้อมูล DATA 0.25 บาท/MB (เมื่อครบรอบบิล แพคเกจในข้อที่ 1 จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเติมเงินอยู่แล้ว เฉพาะ 5 ปีแรกเท่านั้น)

แต่หากไม่เติม หรือไม่ใช่งาน ก็ไม่ได้มีปัญหาต่อตัวรถแต่อย่างใด เพียงแต่จะโทรเข้าโทรออก ผ่านหมายเลขของตัวรถ หรือปล่อย Wifi เพื่อแชร์อินเตอร์เน็ตให้อุปกรณ์ต่างๆไม่ได้

IMG_9632

ทั้งนี้ inkaNet มีฟังก์ชั่นเด่นที่ให้บริการข้อมูลรถยนต์และความปลอดภัยของรถยนต์ NEW MG GS ได้แก่

1.ระบบนำทางรถยนต์ ให้ข้อมูลระบบนำทางผ่าน  Google Maps และผู้ใช้สามารถเช็คตำแหน่งรถยนต์ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถติดตามตำแหน่งรถยนต์ผ่าน Call Centre ได้แบบ Real time

2.แจ้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ

2.1 แจ้งพฤติกรรมการขับขี่ พร้อมแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ โดยเปรียบเทียบเป็นค่าเฉลี่ย ทั้งแบบราย สัปดาห์และรายเดือน

2.2 เปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถเอ็มจีของคุณกับรถเอ็มจีของคนอื่น เพื่อช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถและประหยัดน้ำมันมากขึ้น

3.ระบบเลขาฯ ส่วนตัว ติดต่อ MG Call Centre เพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่อสอบถามข้อมูลและขอรับคำแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้นต่างๆ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวก โดยการส่งเส้นทางการเดินทาง (Point of Interest) มายังหน้าจอวิทยุรถยนต์โดยไม่ต้องค้นหาเองให้เสียเวลา

4.ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยกำหนดขอบเขตรัศมีการขับรถยนต์ สามารถกำหนดไว้ตั้งแต่ 500 เมตร ไปถึง 10 กิโลเมตร จากศูนย์กลาง ในกรณีรถออกนอกรัศมีขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Push notification และส่งเอส เอ็ม เอส อีกด้วย

5.วางแผนการเดินทาง สามารถส่งแผนการเดินทางจากคอมพิวเตอร์ไปยังหน้าจอวิทยุรถยนต์

MGGS_inkaNet

MGGS_inkaNet2

6.การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ เตือนความผิดปกติของรถยนต์ต่างๆ ทาง Push Notification

6.1 เช็คสถานะการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบถุงลมเบื้องต้นได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น

6.2 ติดต่อ MG Call Centre เพื่อให้ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของรถยนต์ และขอรับคำแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันที

7.การตรวจสอบสถานะรถยนต์ โดยแจ้งให้ผู้ขับขี่ทราบสถานะปัจจุบันของรถยนต์ว่าปิดอยู่หรือไม่ แจ้งระดับแบตเตอรี่ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและอุณหภูมิอากาศภายนอก

8.การควบคุมการทำงานของรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ด้วยการสั่งล็อค/ปลดล็อครถระยะไกลผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน หรือ MG Call Centre หรือจะเป็นการค้นหารถยนต์ด้วยฟังชั่น Find My Car ระบบจะสั่งให้รถเปิดไฟหน้า ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหารถในที่มืดได้ง่ายขึ้น

9.การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ โดยระบบจะแจ้งเตือนความผิดปกติผ่านทาง Push notification บนแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน เมื่อรถมีการเคลื่อนที่ผิดปกติ หรือรถมีการสตาร์ทเครื่องยนต์

10.การโทรออกและรับสายผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยสามารถรับสายและโทรออก จากหน้าจอวิทยุรถยนต์ไปยังโทรศัพท์เครื่องอื่นได้ แม้มีไม่โทรศัพท์มือถืออยู่บนรถ หรือลืมพกโทรศัพท์มือถือ

11.การรับและส่งข้อความผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์  แม้ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่บนรถ

12.แชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ผ่านสัญญาณ WI-FI จากหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยวิทยุรถยนต์จะทำหน้าที่เสมือน WI-FI Router ให้เชื่อมต่อกับโลกได้ทุกที่ทุกเวลา

2016 MG GS เครื่องยนต์ driveautoblog

MG GS ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบ กำลังมากถึง 218 แรงม้า ที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 2,500-4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ TST (Twin Clutch Spotronic Transmission) อัตราเร่ง 0-100 ที่ 8.2 วินาที ในรุ่น 2.0T ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และ 8.9 วินาที ในรุ่น 2.0T ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD 

อาจจะมีอาการหน่วงในบางเกียร์ เพราะเป็นระบบเกียร์แบบ Twin Clutch ที่จะมีรอยต่อในบางเกียร์จากคลัทช์ลูกที่ 1 ไปยังคลัทช์ลูกที่ 2 ความเร็วสูงสุด 194 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 12 กิโลเมตร/ลิตร

2016 All New MG GS driveautoblog Testdrive (27)

สำหรับการทดลองขับ MG GS ในครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้ขับในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ต้องบอกว่าเป็นรถที่อัตราเร่งดีที่สุดในกลุ่ม Compact SUV ในบ้านเรา ทันทีที่แตะคันเร่งก็รับรู้ถึงความแรงหลังติดเบาะได้ทันที พละกำลังขนาด 218 แรงม้า บวกกับคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว อาจจะมีอาการหน่วงในบางเกียร์ เพราะเป็นระบบเกียร์แบบ Twin Clutch ที่จะมีรอยต่อในบางเกียร์จากคลัทช์ลูกที่ 1 ไปยังคลัทช์ลูกที่ 2 ความเร็วสูงสุด 194 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 12 กิโลเมตร/ลิตร

ที่น่าประทับใจอีกจุด ก็คือ ความเร็วระดับ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง MG GS มีรอบเครื่องเพียงแค่ 1,500-1,900 รอบเท่านั้น

2016 All New MG GS Test drive driveautoblog (99)

สำหรับช่วงล่าง ด้านหน้า แบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลัง แบบอิสระมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง MG GS จัดได้ว่าเป็นรถยนต์ที่มีช่วงล่างยึดเกาะถนนได้ดี ไม่ว่าจะโค้งลึก หรือหักศอกมาแค่ไหน ก็ยังไว้ใจได้ เพราะเอ็มจี ได้เซ็ตช่วงล่างให้ MG GS มีการให้ตัวไม่มากนัก ถึงขั้นว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งรุ่นอื่นในตลาด MG GS เป็น SUV ที่มีช่วงล่างกระด้างที่สุด ทั้งนี้ได้ถามเหตุผลไปยังเอ็มจี ก็ได้คำตอบว่า เป็นความตั้งใจที่อยากจะให้ช่วงล่างของรถยนต์คันนี้ มีความสปอร์ต และแตกต่างออกไปจากรุ่นอื่นๆในตลาด

สำหรับผมเอง ผมว่ากระด้างไป มันดีดดิ้นไปหน่อย แต่คาแรคเตอร์แบบนี้ อาจจะถูกใจสายดิบก็เป็นได้ อีกเรื่องที่ต้องบอกกันคือรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ กับขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD มีการเซ็ตช่วงล่างต่างกันนะครับ รุ่น AWD จะมีช่วงล่างที่แข็งกว่าครับ ในส่วนของการควบคุม แฮนด์เดอร์ริ่งพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าของ MG GS มีระยะฟรีมากไปหน่อย ต้องใช้สมาธิในการควบคุมพวมมาลัยพอสมควร แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดต้องเครียดกับการขับรถ เพราะในย่านความเร็วสูง 130-140 กิโลเมตร MG GS ก็ยังให้ความมั่นใจ ระบบเบรก เป็นระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ให้การตอบสนองดี มั่นใจ

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร โอเคเลยครับ ความเร็วสูงก็ยังคุยกันในโทนเสียงปกติก็ได้ยินทั่วคัน มีเพียงเสียงยางปะทะผิวถนนเท่านั้นที่หูเราสัมผัสได้ชัด ไม่ถึงขั้นรำคาญหรอกนะครับ

MG GS วางราคาจำหน่ายในประเทศไทย รุ่น 2.0TD 2WD ราคา 1,210,000 บาท และรุ่น 2.0TX AWD ราคา 1,310,000 บาท

MGGS_Full Space Frame

2016 MG GS 2.0 Spec

ด้านระบบความปลอดภัย MG GS มาพร้อมโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมถุงลม 4 จุด คู่หน้าและด้านข้าง มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM 13 ฟังก์ชั่น ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

  1. ABS – Anti-lock Braking System ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน
  2. EBD – Electronic Brake Force Distribution System ระบบช่วยกระจายแรงเบรก
  3. TCS – Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
  4. CBC – Curve Brake Control ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง
  5. SCS – Stability Control System ระบบควบคุมการทรงตัว
  6. AVH – Auto Vehicle Hold ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง
  7. BDC – Intelligent Brake Disc Cleaning ระบบทำความสะอาดจานเบรกอัจฉริยะ
  8. OHBV – Optimized Hydraulic Brake Servo ระบบเพิ่มแรงดันไฮดรอลิคเบรกให้เหมาะสม
  9. MSR – Motor Control Slide Retainer ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน
  10. EBA – Electronic Brake Assist ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์
  11. HAS – Hill-Start Assist System ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
  12. TPMS – Tire Pressure Monitor System ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง
  13. EPB – Electronic Parking Brake   ระบบเบรกมือไฟฟ้า

2016 All New MG GS driveautoblog Testdrive (20)

2016 All New MG GS Test drive driveautoblog (89)

2016 All New MG GS driveautoblog Testdrive (16)

IMG_9663

2016 All New MG GS driveautoblog Testdrive (7)

2016 All New MG GS driveautoblog Testdrive (28)

Close