Headline News

Ford Everest 3.2L Titanium+ ฉลาด ปลอดภัย ไฮเทค!

พฤศจิกายน 24, 2017
18,324 Views

กระแส SUV มาแรงต่อเนื่อง จากฟังก์ชันการใช้งานที่เอนกประสงค์ และเหมาะกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยและสภาพภูมิศาสตร์ใกล้เส้นศูนย์สูตรที่ฝนตกชุก อากาศร้อนชื้น จะลงทุนซื้อรถยนต์สักคันต้องทนทาน แข็งแกร่ง และให้สมรรถนะที่ดีพาครอบครัวไปได้ในทุกจุดหมาย

SUV มอบประโยชน์มากมายกว่ารถเก๋งซีดานแบบเดิมๆ Ford Everest ก็เช่นกัน

เมื่อตัดสินใจแล้วว่า จบเลือกคบ SUV มาลองฟังกันว่า Ford Everest จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของคุณได้อย่างไรบ้าง?

ยิ่งไปกว่านั้น Ford Everest ให้ความสำคัญกับระบบปลอดภัยเหนือกว่าคู่แข่งในท้องตลอด ทั้งระบบ Active Safety หรือระบบป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ และ Passive Safety หรือระบบป้องกันหลังการชน เพราะรถเคลมประกันภัยซ่อมได้ แต่ชีวิตและความพิการเอาคืนไม่ได้!

Ford Everest ให้ตำแหน่งที่นั่งคนขับที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณสามารถมองเห็นการจราจรข้างหน้าได้ง่ายขึ้น มอบวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นในการขับขี่ พื้นที่เก็บของอเนกประสงค์ และการขึ้นลงจากรถหรือการอุ้มเด็กขึ้นไปนั่งบนเบาะที่นั่งสำหรับเด็กที่ง่ายดาย

Ford Everest ให้เบาะโดยสารขนาดใหญ่สำหรับ 7 ที่นั่ง ไปกันได้จุใจ ไม่ต้องกลัวรถอืดเพราะใช้เครื่องยนต์ ดีเซล เทอร์โบ Duramaq แรงบิดมหาศาล ทั้งบรรทุกและลากจูงได้สบาย และยามที่ต้องการขนสัมภาระเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3 ยังสามารถพับลงไปได้แบนราบ

ในแต่ละทริปคุณไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร ถนนเมืองไทยเจอได้ทั้งลาดยาง ซีเมนต์ หรือทางขรุขระตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เผื่อเหลือเผื่อขาดไปให้สุดกับระบบ i4WD Terrian Management System จะ On Road หรือ Off Road เรียกใช้งานได้ตามสั่งทันที

ที่สำคัญสามารถลุยน้ำได้ลึกกว่า 80 เซนติเมตร เหมาะกับประเทศไทย ที่ฝนตกหนักน้ำขึ้นเร็วมากในกรุงเทพฯ โคราช ขอนแก่น พัทยา และหัวเมืองเศรษฐกิจใหญ่ๆ

สมรรถนะสูง แต่ควบคุมง่าย

Ford Everest 3.2L Titanium+ AT ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ TDCi 3.2 ลิตร 5 สูบ ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หายห่วงเรื่องความแรง วิ่งทางไกลไม่เหนื่อย

ระบบกันสะเทือนเป็นไม้เด็ดของ Everest ฟอร์ดเลือกใช้ด้านหน้าแบบอิสระปีกนกสองชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ด้านคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์และเหล็กกันโคลง แม้ว่า Everest จะมีขนาดสูงใหญ่ แต่ได้วัตต์ ลิงค์ ที่ทำหน้าที่กันสะบัด การโยนตัวของตัวถังจึงหายไป ประกอบกับฐานล้อที่กว้าง 2,850 มิลลิเมตร รถจึงนิ่งที่ความเร็วสูงและในโค้ง

ที่สร้างความประทับใจให้กับการทดลองขับคือ พวงมาลัยไฟฟ้า EPAS ที่ช่วยให้เราพาเจ้ารถถังคันนี้โยกย้ายตัวได้อย่างง่ายดาย แม้ยามต้องหักสุด ก็หมุนพวงมาลัยได้มือเดียวเบาๆ ผู้หญิงขับได้สบายเลยรถคันนี้ ในย่านความเร็วสูง น้ำหนักก็ดี ไม่เบาและไม่หนัก อารมณ์เหมือนกับรถซีดาน

SYNC 3

Ford Everest ติดตั้งหน้าจอทัชสกรีนแบบอินเตอร์แอคทีฟ ระบบการเชื่อมต่อบลูทูธและระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 3 รวมทั้งการรองรับการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Apple Car Play และ Android Auto

ประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์

แม้ Ford Everest จะมีตัวถังขนาดใหญ่ แต่ห้องโดยสารเงียบ และการขับขี่มีเสถียรภาพที่ดี จากการออกแบบให้ตัวรถมีความลู่ลม ด้วยค่าตัวเลขสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.389 ให้สมรรถนะที่ดีบนท้องถนน และยังแข็งแกร่งในสถานการณ์ Off Road

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยจัดการการไหลเวียนของอากาศคือชุดกันชนหน้าส่วนล่าง (under shield) ที่มีรูปร่างแบบสามมิติ ช่วยให้อากาศไหลเข้าใต้ท้องรถและบริเวณล้อหน้า ชิ้นส่วนนี้ยังช่วยให้อากาศไหลตรงเข้าสู่ตัวรถเพื่อระบายความร้อนซึ่งหมายถึง

·       Active Transfer Case ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ถูกระบายความร้อนดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการขับแบบออฟโรดมากขึ้น

·       เครื่องยนต์ ถูกระบายความร้อนดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด

·       ตัวรถมีแรงต้านลมน้อยลง เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน

การออกแบบฝากระโปรงด้านหน้าที่ช่วยให้ลมไหลผ่านกระจกหน้า ไปถึงแถบคิกเกอร์ที่ติดตั้งอยู่ที่ตัวถังด้านท้ายช่วยให้อากาศกระทบพื้นผิวตัวรถน้อยที่สุด ลดแรงต้านอากาศลงได้ กระจกมองข้างทั้งสองถูกออกแบบให้ลดเสียงลมได้สูงสุดถึง 10 เดซิเบล ในขณะที่ขับรถโดยเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ งานวัสดุศาสตร์ภายในคุณภาพดีและการประกอบที่ปราณีต ยังทำให้ห้องโดยสารเงียบมากขึ้น ผ่อนคลายยามเดินทางไกล

Ford Everest ColourFord Everest Colour

โพสต์โดย driveautoblog บน 6 พฤศจิกายน 2017

สัมผัสถึงอันตราย

ความปลอดภัยคือสิ่งแรกที่ฟอร์ดให้ความสำคัญในการออกแบบรถยนต์ทุกรุ่น โดยเฉพาะใน Ford Everest ด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อให้ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งกว่าที่ผู้ขับขี่จะสามารถทำได้

ในสถานการณ์ที่เกิดการปะทะด้านข้าง ฟังก์ชันเหล่านี้จะทำงานภายใน 70 มิลลิวินาที ซึ่งเร็วกว่าระยะเวลาประมาณ 100 มิลลิวินาที ที่ใช้ในการกระพริบตา เทคโนโลยีช่วยขับขี่อันล้ำสมัยนี้สามารถตอบสนองและช่วยชีวิตได้เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์บนท้องถนนที่ไม่คาดคิด

Ford Everest Safety CellFord Everest Safety Cell

โพสต์โดย driveautoblog บน 6 พฤศจิกายน 2017

การปะทะนั้นมีหลายขั้นและเกิดขึ้นพร้อมๆ กันอย่างรวดเร็ว Ford Everest มาพร้อมเซนเซอร์อัจฉริยะที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อจับความเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศด้านในประตูเกือบในทันทีที่เกิดการปะทะด้านข้าง เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องวัดความเร่ง (Accelerometer) ที่ออกแบบมา เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงความเร็วที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จะช่วยประเมินความรุนแรงของการปะทะ และตัดสินใจว่าถุงลมนิรภัยควรทำงานหรือไม่

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 8 มิลลิวินาที เท่านั้น!

Ford Everest Sensors Confirm Impact

Ford Everest Sensors Confirm Impact

โพสต์โดย driveautoblog บน 6 พฤศจิกายน 2017

Ford Everest Airbags DeployFord Everest Airbags Deploy

โพสต์โดย driveautoblog บน 6 พฤศจิกายน 2017

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ที่ทำงานร่วมกับกล้องที่ติดตั้งบริเวณหน้ารถ รวมไปถึง ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า และระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert)

ถึงแม้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะจะไม่ได้มาแทนที่สมาธิ การตัดสินใจ และความต้องการควบคุมรถของคนขับ และยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่เทคโนโลยีเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ง่ายขึ้น

การหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ คือ สิ่งที่ดีที่สุด ฟังก์ชันการขับขี่อัจฉริยะจึงมีบทบาทสำคัญ Ford Everest บรรจุระบบป้องกันก่อนการเกิดอุบัติเหตุ หรือ Active Safety ทันสมัยไว้ครบ ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) พร้อมระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ที่ช่วยลดความเสียหายจากการกระแทกหรือหลีกเลี่ยงโอกาสการชน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าทุกท่านคงตัดสินใจได้แล้วว่า หากจะลงทุนกับรถ SUV ที่ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัย Ford Everest จะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของครอบครัวอย่างแน่นอน

ลงทะเบียนทดลองขับ Ford Everest ที่นี่: https://www.ford.co.th/test-drive/