Headline News

OSRAM Night Breaker Laser ตัวช่วยแก้ปัญหาไฟหน้าไม่สว่างสำหรับรถครอบครัวติดฟิล์มดำทึบ

มีนาคม 9, 2018
16,123 Views

รถครอบครัว และรถใช้งานกลางวัน เจ้าของมักติดฟิล์มกรองแสงสีเข้ม เพื่อความเป็นส่วนตัวและกันความร้อนจากแสงแดดยามกลางวัน โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ร้อนจัดเต็มทั้งความเข้มแสงและยูวี พอตกกลางคืนจึงประสบปัญหาทัศนวิสัยในการขับขี่ต่ำ ไฟหน้าสว่างไม่พอ

[vc_row][vc_column][vc_column_text][/vc_column_text][vc_column_text] รถครอบครัว และรถใช้งานกลางวัน เจ้าของมักติดฟิล์มกรองแสงสีเข้ม เพื่อความเป็นส่วนตัวและกันความร้อนจากแสงแดดยามกลางวัน โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ร้อนจัดเต็มทั้งความเข้มแสงและยูวี พอตกกลางคืนจึงประสบปัญหาทัศนวิสัยในการขับขี่ต่ำ ไฟหน้าสว่างไม่พอ [/vc_column_text][vc_column_text][taq_review][/vc_column_text][vc_column_text] รีวิว Osram Night Breaker Laser ไลฟ์คุยกันเรื่องหลอดไฟรถยนต์ครับ หลังได้ลองใช้งาน Osram Night Breaker Laser กับรถ H…

8.8

GREAT

driveautoblog ฟันธง!

หลอดฮาโลเจน OSRAM Night Breaker Laser ลงตัวมากกับคนไทยส่วนใหญ่ ที่ยังกลัวการแปลงโคมไฟหน้า ไม่อยากยุ่งกับระบบไฟฟ้าของรถยนต์ และกลัวถูกตำรวจจราจรจับปรับข้อหาดัดแปลงสภาพ โดยหลอดไฟสามารถเปลี่ยนใส่ได้เลยทันทีด้วยตัวเองง่ายๆ ขั้วตรงกับปลั๊กโคมจากโรงงาน ความร้อนไม่มาก ปลอดภัย มั่นใจจากชื่อเสียงแบรนด์สัญชาติเยอรมัน ที่สำคัญสว่างขึ้น ลำแสงไม่ฟุ้งเพราะเป็นสเปกเดียวกับของเดิมติดรถ และเฉดสียังสวยงามหรูหราขึ้นอีกด้วย

Beam Distance

9

Brightness

9

MATERIAL

9

Life Time

7.5

PRICE

9

light color

9

User Rating : Be the first one !
9

รีวิว Osram Night Breaker Laser

ไลฟ์คุยกันเรื่องหลอดไฟรถยนต์ครับ หลังได้ลองใช้งาน Osram Night Breaker Laser กับรถ Hyundai H-1

โพสต์โดย driveautoblog บน 9 มีนาคม 2018

หากท่านมีปัญหาเรื่องไฟหน้าเดิมๆ สเปกโรงงานหรือภาษาชาวบ้านคือ หลอดไฟจากศูนย์ สว่างไม่เพียงพอในยามค่ำคืน สามารถอัพเกรดไฟหน้าขั้วหลอดเดิมได้ง่าย เปลี่ยนด้วยตนเองใช้เวลาเปลี่ยนสองข้างไม่ถึง 10 นาที ด้วยหลอดไฟรถยนต์ OSRAM จากเยอรมนี ซึ่งมีขั้วหลอดตรงรุ่นให้เลือกใช้ทั้งหลอด ฮาโลเจน (Halogen) และ ซีนอน (Xenon HID)

วันนี้ เราเลือกรีวิวหลอดไฟ OSRAM กับรถยนต์ Hyundai H-1 รถครอบครัวขนาดใหญ่ ที่ใช้หลอดฮาโลเจน ขั้วหลอด H7 เช่นเดียวกับรถยนต์ Ford โดยหลอดไฟที่สามารถนำมาถอดเปลี่ยนเองได้เลยวันนี้คือ OSRAM Night Breaker Laser แสงขาวอมเหลือง ความสว่างมากกว่าหลอดไฟติดรถสเปกโรงงาน ในราคาหน้าร้านราวๆ 1 พันกว่าบาทเท่านั้น

และหลอดฮาโลเจน OSRAM Night Breaker Laser รุ่นนี้ยังมีขั้วอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้กับรถยนต์แบรนด์ยอดนิยมฟากญี่ปุ่นด้วย ได้แก่ H4 สำหรับรถโมเดลยอดนิยม อาทิ Vios , Yaris , Hilux Vigo , Commuter , Brio , City 1995-2013, Jazz , Mobilio , HR-V และขั้ว H11 สำหรับ Camry 2006-’12 , Fortuner 2018-’11 , Civic FB , Accord G9 , CR-V G4 , Teana J32 และ L33 เป็นต้น

หลอดไฟรถยนต์ OSRAM Night Breaker Laser แบบฮาโลเจน ฉลากข้างกล่องเคลมไว้ว่า ให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างสูงสุด 130% ด้วยเทคโนโลยีเยอรมนี ส่องสว่างได้ไกลขึ้น 40 เมตร ลำแสงสวยงามให้ลำแสงขาวมากขึ้น อีก 20%  เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ ทั้งยังดูสวยงามหรูหราขึ้นอีกด้วย

จริง ๆ แล้วข้อดีของการใช้หลอดที่ติดตั้งมาจากโรงงาน เป็นในเรื่องของความมั่นใจและความอุ่นใจที่ได้รับ เพราะเชื่อมั่นในหลอดไฟของศูนย์บริการ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ มักมาจากเจ้าของรถ มองว่าไฟหน้ารถไม่ค่อยสว่าง ซึ่งแท้จริงแล้ว ส่วนหนี่งมาจากการเลือกติดตั้งฟิล์มกรองแสงที่มีความเข้มมาก ทำให้แสงผ่านเข้ามาได้น้อย ดังนั้นการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ มีสองอย่างก็คือ เลือกที่จะไม่ติดฟิลมกรองแสงที่กระจกบานหน้า หรือติดฟิล์มกรองแสงบานหน้าที่มีความเข้มน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ชอบ เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน แดดจัด และบางรายก็ชอบความเป็นส่วนตัว

ทำให้กลุ่มที่ไม่ชอบสินค้าดัดแปลง หรือของทดแทน มักจะตั้งแง่และไม่ต้องการเปลี่ยนหลอดจากที่อื่นแต่ยังเลือกติดฟิล์มเข้ม ต้องทนกับทัศนวิสัยการมองเห็นตอนกลางคืนที่ต่ำ และโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัตอิเหตุได้ง่าย

ส่วนกลุ่มที่มีความรู้เรื่องรถ ดูและรถและมีทักษะด้านรถยนต์ดีกลุ่มนี้จะมีความเข้าใจถึงการเลือกเปลี่ยนหลอดทดแทนหรืออัพเกรดหลอดเพื่อเพิ่มความสว่างได้ และเลือกตัดสินใจจากข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับ มีทั้งกลุ่มที่ต้องการความสวยงาม และกลุ่มที่ต้องการความสว่างของไฟหน้ารถเพิ่ม แต่ก็ยังจำเป็นต้องได้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องจากข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพราะหากได้รับข้อมูลที่ผิด ไปซื้อหลอดที่ไม่ได้มาตรฐาน หลอดราคาถูก อาจทำให้อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับระบบไฟหน้ารถยนต์เสียหาย ทำให้หมดวารันตีไปในที่สุด

ความรู้เกี่ยวกับค่า K (ค่าสีของไฟ ) ที่เหมาะกับการใช้งานในบริบทต่างๆ

ค่าความสว่างของซีนอน วัดจากค่าอุณหภูมิสี หรือที่เรียกว่า ค่าเค  (K)  หรือ ( KELVIN COLOR TEMPERATURE) หน่วยเป็น องศาเควิน  รถส่วนใหญ่ที่ใช้หลอดจากโรงงานจะมีค่ามาตรฐานไม่เกิน 4300 K  ตัวเลขค่าสูงสุดคือ 12000K  ดูง่าย ๆ ถ้าค่า K น้อย จะเริ่มจากแสงไฟที่มีค่าอุณภูมิของสี เหลืองมาก ไปจนถึงค่า K มาก แสงไฟก็จะมีลักษณะขาวมาก ซึ่งแสงที่มีค่า K เกิน  4300 K ขึ้นไป  ถ้าเรามองไปที่แสงจะเห็นความสวยงามของแสงมากขึ้น  โดยแสงจะเป็นสีขาวนวล และขาวสดใสมากขึ้น แต่จะได้แค่ความสวยงามเท่านั้น กลับกันแสงสีขาวที่มีค่า K สูงเกินมาตรฐาน เมื่อเจอกับสภาพถนนที่มีฝนตก แสงลักษณะนี้จะไม่สามารถตัดกับวัตถุสะท้อนมายังตาเราได้มากเท่ากับแสงสีเหลืองนวล ที่มีค่าความสว่าง ในเกณฑ์มาตรฐาน

ทำไม Osram ตัวเลือกแรกๆ ที่น่าสนใจ?

OSRAM เป็น 1 ในผู้ผลิตหลอดไฟรถยนต์ระดับของโลก ด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนี ที่มุ่งคิดค้นและพัฒนาหลอดไฟเพื่อตอบสนองกับผู้ใช้รถมาโดยตลอด

OSRAM เป็นหลอดที่มีค่า (อุณหภูมิสี 4000K) เท่าหลอดมาตรฐาน สามารถเปลี่ยนแทนหลอดเดิมได้ทันที โดยไม่มีผลต่อโคมและระบบไฟในรถยนต์ มีอัตราการใช้ไฟอยู่ที่ 55 และ 60 วัตต์ เท่ากับไฟมาตรฐานโรงงาน มีให้เลือกทั้ง หลอดไฟ H1, H3, H4, H7, H11, HB3, HB4 ได้รับมาตรฐาน ECE R37

เมื่อเราใช้หลอดแท้ (ผลิตโดยแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ) ซึ่งเป็นหลอดที่ได้มาตรฐาน จะได้คุณภาพและค่าของแสงที่ออกมาจะถูกต้อง อย่างหลอดไฟของ OSRAM  ที่เปลี่ยนมาทำให้เราได้แสงไฟที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มองเห็นได้ชัดเจน อีกทั้งยังส่องสว่างได้ไกลมากขึ้นกว่าหลอดปกติ มีความทนทาน ที่สำคัญยังถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย

สรุปภาพรวมหลังจากที่เปลี่ยน OSRAM Night Breaker Laser ให้กับ Hyundai H-1 ซึ่งเป็นรถทรงสูง มีการตั้งโคมให้องศาการสะท้อนของลำแสงไม่แยงตารถคันสวนมา (ขวาต่ำกว่าซ้ายเล็กน้อย) พบว่า แสงไฟออกสีขาวขึ้น หรือ ขาวอมเหลือง ความสามารถในการมองจากภายในรถไปได้ไกลขึ้นเล็กน้อย และในระยะเบรก 40-50 เมตร จะมีความสว่างกว่าหลอดไฟเดิม ซึ่งของเดิมก็มองเห็นแต่ไม่เคลียร์ แต่กับหลอดใหม่จุดนี้จะชัดเจนขึ้นเป็นที่น่าพึงพอใจ ให้ความมั่นใจยามเดินทางกลางคืนในเส้นทางที่ไม่มีแสงไฟถนน