Headline News

Honda เปิดตัว 2017 Civic Type R ไปอย่างร้อนแรงที่ Geneva Motor Show

มีนาคม 9, 2017
2,536 Views

Honda ได้เปิดตัวรถยนต์ที่เป็นหนึ่งในรุ่นที่ทุกคนต่างรอคอยกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอนด้า นั่นก็คือ 2017 Civic Type R ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปที่งาน 2017 Geneva Motor Show

Civic Type R จะเริ่มขายในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีช่วงราคาประมาณ $30,000 กลางๆ ซึ่งเป็น Honda Type R รุ่นแรกที่ขายในสหรัฐอเมริกา  Civic Type R มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบสมรรถนะสูง ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมทั้งปรับปรุงรูปร่างและแชสซีให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการปรับแต่งและทดสอบจากสนามแข่ง Nürburgring  โดย 2017 Civic Type R จะเปิดตัวอย่างเป็นทางในประเทศสหรัฐอเมริกาที่งาน New York International Auto Show ในวันที่ 12 เมษายน 2017

“มันคือรถยนต์ที่เร็วและทรงพลังมากที่สุดเท่าที่ฮอนด้าเคยขายในสหรัฐอเมริกา Type R ช่วยต่อยอดความสำเร็จอย่างมากของ Civic รุ่นที่ 10 ของเรา  และเรยินที่จะบอกลูกค้าชาวอเมริกันของเราว่า การรอคอยที่ยาวนานของ Honda Type R ใกล้จบลงแล้ว” – Jeff Conrad, senior vice president & general manager of the Honda Division, American Honda Motor Co., Inc กล่าว

Honda Civic Type R ใช้บอดี้แบบ 5 ประตู แฮทช์แบค ซึ่งเป็นพื่นฐานเดียวกับ Civic เจนเนอเรชันที่ 10 ที่ขายกันอยู่ทั่วโลก  ขุมพลังเบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC Turbo พละกำลัง 306 แรงม้า ที่ 6,500 rpm และมีแรงบิด 295 lb.-ft จาก 2,500 ถึง 4,500 rpm  จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ แบบ short-throw พร้อมระบบ  Rev Matching Capability ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ smooth และสัมพพันธ์กับรอบเครื่องยนต์มากยิ่งขึ้น  Single-Mass Flywheel แบบใหม่ที่ช่วยลดความเฉื่อยของคลัทช์ลง 25% เทียบกับ Type R เวอร์ชันยุโรปในรุ่นก่อน  และยังลดอัตราทดของเกียร์สุดท้ายลง ทำให้มีอัตราเร่งที่ดียิ่งขึ้น

แชสซีของ Civic Type R ได้รับการพัฒนามาจากโครงสร้างของ Civic เจนเนอเรชั่นที่ื 10 ที่ได้รับการอัพเกรดอย่างยิ่งใหญ่ ประกอบด้วยสปริงพิเศษเฉพาะรุ่น Type R,  ปรับจูน Damper และ Bushing, ช่วงล่างด้านหน้าใหม่แบบ Dual-Axis พร้อมด้วยแขนควบคุมล่างและแกนล้อหน้าแบบอลูมีเนียม ทำให้เข้าโค้งได้ดีขึ้น และยังลดแรงบิดจากเครื่องยนต์ที่ส่งผลกระทบกับระบบบังคับเลี้ยวอีกด้วย

ช่วงล่างใหม่แบบ Adaptive Suspension System ทั้ง 4 ล้อ พร้อม damper แบบ three-chamber; ปรับปรุงพวงมาลัยพาวเวอร์เป็นไฟฟ้าแบบ Dual-Pinion พร้อมด้วยอัตราทดเกียร์แบบแปรผัน; Limited Slip Differential ด้านหน้าแบบขดเกลียว; จับคู่กับล้ออลูมีเนียมขนาด 20 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Continental ContiSportContact 6 ขนาด 245/30R 20  เมื่อรถแรงแล้วเบรคก็ต้องดีด้วย Civic Type R ใหม่นี้มาพร้อมกับเบรคจาก Brembo แบบ 4-pot คาลิปเปอร์แบบอลูมีเนียม จานบรคหน้ามีรูระบายอากศแบบ cross-drilled ขนาด 350 มิลลิเมตร (13.8 นิ้ว) ส่วนจานเบรคหลังเป็นแบบ solid ขนาด 305 มิลลิเมตร (12 นิ้ว)

Civic Type R ตัวใหม่นี้มีรูปหน้าคาดตาที่ปราดเปรียว ดุดัน แข็งแกร่งกว่า Hatchback เวอร์ชันปกติอย่างมาก  – ถ้าเปรียบเทียบกับ Civic Type R ตัวก่อน Type R ตัวใหม่นี้มีความแข็งแกร่งต่อการบิด (Torsional Rigidity) เพิ่มขึ้น 38% และมีความแข็งแกร่งต่อการโค้งงอ (Bending Rigidity) เพิ่มขึ้น 45% – พวงมาลัยตอบสนองได้ดีกว่าเดิมและเข้าโค้งได้มั่นคงขึ้น ขณะที่แรงสั่นสะแทือนของโครงสร้างและเสียงรบกวนจากด้านนอกลดลง  ซึ่งการปรับปรุ่งนี้เป็นผลพวงมาจากการยึดติดของโครงสร้างตัวถังที่แน่นหนาขึ้น โดยโครงสร้างของรถใช้เหล็กกล้าแบบ Ultra-high strength steel ถึง 14% และยังใช้ฝากระโปรงแบบอลูมีเนียมอีกด้วย ทำให้ลดน้ำหนักลงได้ 16 กิโลกรัม (35 ปอนด์) จาก Civic Type R ตัวก่อน และลดลง 7 กิโลกรัม (15 ปอนด์) จาก 2017 Civic Hatchback รุ่นพื้นฐาน

2017 Civic Type R ถูกออกแบบมาให้ให้ใช้ได้ทุกสภาพถนนไม่ว่าจะเป็นในสนามแข่ง หรือถนนทั่วไป  ซึ่งมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ คือ Comfort, Sport (ค่าเริ่มต้น), และ +R  ซึ่งจะปรับเปลี่ยนการตอบสนองคันเร่ง, การเปลี่ยนเกียร์, ระบบช่วงล่าง (Vehicle Stability Assist – VSA, Adaptive Damper System) ตามโหมดที่ผู้ขับขี่เลือก

การใช้ three-chamber dampers, Individual Stroke Sensors, และ Vehicle-G sensors 3 ตัว ซึ่งระบบ damper ใหม่นี้ทำให้การเดินทางสบายมากยิ่งขึ้นและผู้ขับขี่ก็ควบคุมรถได้แม่นยำขึ้น

2017 Civic Type R จะเริ่มขายในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในรุ่นธรรมดา และรุ่นตกแต่งพิเศษระดับพรีเมียม ระบบความบันเทิงมาพร้อมกับจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมด้วยระบบนำทาง Honda Navigation System และยังรอบรับการเชื่อมต่อ Smart Phone ทั้ง Apple CarPlay™ และ Android Auto™  พ่วงด้วยลำโพง 12 ตัว ที่มีกำลังขับถึง 540 วัตต์ พร้อมระบบ SiriusXM 2.0, HD Radio และ Pandora เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ภายในยังประกอบด้วยเบานั่งทรงสปอร์ตขนาดใหญ่, ที่หุ้มคันเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนัง, หัวเกียร์อลูมีเนียม, แป้นเหยีบอลูมีเนียมแบบสปอร์ต, แผงหน้าปัด Type R สีแดง, และแผ่นเลข Serial Type R ตรงคอนโซลกลาง

Civic Type R จะถูกผลิตโดย Honda of the UK Manufacturing Ltd ที่ Swindon, England  โดยเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร จะถูกผลิตโดย Honda of America Mfg. ที่ Anna, Ohio โดยใช้ชิ้นส่วนทั้งในประเทศและจากทั่วโลก โดยราคและข้อมูลเพิ่มเติมจะเปิดเผยอีกทีเมื่อใกล้ถึงวันจำหน่าย

ข้อมูลทางเทคนิคและอุปกรณ์มาตรฐาน

Powertrain
Engine Type L-4 2.0L DOHC i-VTEC turbocharged engine with dual valve timing control
Horsepower 306 horsepower @ 6,500 rpm
Torque 295 lb-ft of torque @ 2,500-4,500 rpm
Transmission 6-speed manual transmission
Chassis
Drivetrain Front wheel drive with limited slip differential
Steering Dual pinion electric power steering with variable ratio and active steering
Suspension Dual axis front strut suspension and independent multilink rear suspension with adaptive damper system
Brakes Front Brembo aluminum four piston calipers with drilled 350mm (13.8-inch) rotor brakes. Rear brakes feature solid 305mm (12-inch) rotors
Wheels 20-inch aluminum alloy wheels
Tires 245/30R 20 Continental ContiSportContact 6 performance tires
Driving Modes
  • Three-mode driving dynamics control with Comfort, Sport (default) and “+R” modes adjust dampers, steering, throttle response, transmission (rev matching), VSA (vehicle stability assist) and traction control systems
Body
  • Increased body stiffness over current Civic Hatchback and previous generation Type R
Exterior
  • LED headlights, fog lights, brake lights and turn signals
Interior
  • High-bolstered sport seats with red/black suede-effect fabric
  • Leather wrapped steering wheel
  • Leather wrapped shift knob
  • Sport/racing pedals
  • Illuminated visors
Features
  • Display Audio with Navi
  • Dual Auto HVAC
  • XM and HD Radio
  • 12 speaker 540-watt premium audio system
  • Android Auto™ and Apple CarPlay™

Close