Headline News

“ปอร์เช่ 911 อาร์” ใหม่ รถสปอร์ตสายพันธ์รถแข่ง ไม่รอใครด้วยเครื่องบ็อกเซอร์ 6 สูบ 500 แรงม้า

มีนาคม 4, 2016
2,524 Views

ปอร์เช่ เผยโฉมรถสปอร์ต 911 อาร์ (911 R) ใหม่ พร้อมด้วยงานดีไซน์สไตล์คลาสสิค ในงาน Geneva International Motor Show 2016 ปอร์เช่ 911 อาร์ มาพร้อมความแรงระกับ 500 แรงม้า จากเครื่องยนต์ 6 สูบนอน ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมชุดเกียร์สปอร์ต 6 จังหวะ เช่นเดียวกับตระกูลรถแข่ง ปอร์เช่ 911 อาร์ (911 R) (ตัวอักษร R มีความหมายมาจากคำว่า Racing) ที่สร้างชื่อเสียงไว้ตั้งแต่ปี 1967 โดยผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเท่านั้น

2016 Porshe 911 R (1)

ปอร์เช่ 911 อาร์ (911 R) เป็นรถยนต์ที่ผ่านบทพิสูจน์ถึงความเหนือชั้นจนเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว ในรายการแข่งขัน Targa Florio รวมทั้งการขับขี่ที่สร้างสถิติโลกอีกมากมาย แน่นอนว่า ยนตกรรมผู้รับหน้าที่สานต่อตำนานในครั้งนี้คือ ปอร์เช่ 911 อาร์ ใหม่ ซึ่งยังคงยึดถือปรัชญาการออกแบบที่คำนึงถึง โครงสร้างตัวถังที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง สมรรถนะเครื่องยนต์สูงสุด เปิดประสบการณ์แห่งการขับขี่ยานยนต์สปอร์ตที่แท้จริงโดยปราศจากการปรุงแต่งใดๆ ปอร์เช่ 991 รุ่นพิเศษ limited edition คันนี้ ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเพียง 1,370 กิโลกรัมเท่านั้น นับได้ว่าเป็น 911 รุ่นที่มีน้ำหนักเบาที่สุด เป็นอีกครั้งที่ปอร์เช่ ไม่เคยลืมการออกแบบรถสปอร์ตที่สามารถตอบสนองอารมณ์ และความปรารถนาของผู้ขับขี่ที่ต้องการเข้าถึงความเป็นสปอร์ตสายพันธ์แท้ตลอดมา ผ่านการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือ ปอร์เช่ 911 อาร์ ใหม่ ที่สุดแห่งยนตกรรมสมรรถนะสูง เคียงข้างกับรุ่นพี่ร่วมอุดมการณ์ 911 จีที 3 (911 GT 3) และ 911 จีที 3 อาร์เอส (911 GT 3 RS)

ด้านเครื่องยนต์ 911 อาร์ มาพร้อมขุมพลัง 6 สูบนอน ขนาดความจุ 4.0 ลิตร ประจำการอยู่ในห้องเครื่องยนต์ด้านหลังของ 911 อาร์ ใหม่ จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะแบบสปอร์ต สมรรถนะการทำงานเทียบเคียงกับ 911 จีที 3 อาร์เอส ก่อกำเนิดพละกำลังสูงสุดกว่า 500 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 8,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 460 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งทะลุกำแพงความเร็วที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น ด้วยความยึดมั่นในหลักการสร้างรถสปอร์ตพันธุ์แท้ที่เต็มไปด้วยบุคลิกอันกร้าวแกร่ง ดุดัน โครงสร้างตัวถังของ 911 อาร์ ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะแบบสปอร์ตให้การทำงานที่กระชับ จากจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว ฉับไวยิ่งกว่า ส่งผลให้ 911 อาร์ ใหม่ มีความเร็วสูงสุดถึง 323 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน NEDC ที่ 7.5 กิโลเมตรต่อลิตร

2016 Porshe 911 R (3)

ปอร์เช่ 911 อาร์ ใหม่ คือยานยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสยบทุกโค้งที่ขวางหน้า ตัวรถได้รับการปรับจูนเป็นพิเศษพร้อมติดตั้งระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง (rear-axle steering) ให้ความมั่นใจสูงสุดทุกการขับขี่ทั้งการเข้าโค้งที่แม่นยำ เฉียบคม และการทรงตัวที่มั่นคงตอบรับทุกสถานการณ์ ชุดดิฟเฟอเรนเชียล (rear differential lock) ให้ประสิทธิภาพการถ่ายทอดพละกำลังที่ยอดเยี่ยม พร้อมความปลอดภัยเหนือระดับด้วยระบบเบรกเซรามิก Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จานเบรกคู่หน้าขนาด 410 มิลลิเมตร และจานเบรกคู่หลังขนาด 390 มิลลิเมตร ผสานการทำงานกับยางรถยนต์สมรรถนะสูง ขนาด 245 มิลลิเมตรที่ด้านหน้าและ 305 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง สัมผัสแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับทุกเส้นทาง ล้ออัลลอยด์แบบฟอร์จ (forged) น้ำหนักเบา พร้อมน็อตล้ออลูมิเนียมเซ็นเตอร์ล็อค (center lock)

เทคโนโลยีจากสนามแข่งคือหัวใจของการพัฒนาระบบควบคุมการทรงตัวด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Stability Management (PSM) ในปอร์เช่ 911 อาร์ (911 R) ใหม่ ฟังก์ชั่นการทำงานของ double-declutch สั่งการด้วยสวิทช์ควบคุม พร้อมล้อช่วยแรงแบบ single mass flywheel เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการถ่ายทอดกำลังไปยังล้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์และระบบเกียร์ประสานการทำงานอย่างไร้ที่ติ ให้การตัดต่อกำลังที่ราบเรียบ นุ่มนวลแต่ยังคงเปี่ยมด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ สนองตอบทุกรอบเครื่องยนต์และทุกสภาวะการขับขี่อย่างไร้ข้อจำกัดใดๆ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบเพิ่มความสูงช่วงล่างด้านหน้าขึ้น 30 มิลลิเมตร เพื่อลดความเสี่ยงในการกระแทกใต้ท้องรถ สามารถสั่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์พิเศษได้

2016 Porshe 911 R (2)

โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเพียง 1,370 กิโลกรัมของปอร์เช่ 911 อาร์ (911 R) ใหม่ เบากว่า 911 จีที 3 อาร์เอส (911 GT 3 RS) ถึง 50 กิโลกรัม ฝากระโปรงท้ายและสปอยเลอร์หลังผลิตจากวัสดุคาร์บอน และหลังคารถผลิตจากวัสดุแมกนีเซียม ส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถต่ำลง กระจกบังลมและกระจกข้างรถ ประกอบด้วยส่วนผสมของพลาสติกน้ำหนักเบา ลดภาระจากน้ำหนักส่วนเกินด้วยการตัดฉนวนและชุดเบาะหลังออก ทั้งนี้สามารถสั่งติดตั้งระบบปรับอากาศและชุดเครื่องเสียงเป็นอุปกรณ์พิเศษได้อีกด้วย

2016 Porshe 911 R (5)

ตัวถังภายนอกของ ปอร์เช่ 911 อาร์ กร้าวแกร่ง ดุดัน สะกดทุกสายตาเพียงแรกเห็น ด้วยการก่อกำเนิดพื้นฐานโครงสร้างจากรุ่น คาร์เรร่า (Carrera) เสริมชุดแต่งตัวถังด้านหน้าและท้ายในสไตล์เดียวกับ 911 จีที 3 อาร์เอส ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญในระดับมืออาชีพของแผนกมอเตอร์สปอร์ตที่ตั้งอยู่ ณ เมือง Flacht ทีมงานผู้สามารถรับประกันได้ว่า 911 อาร์ ใหม่ คือรถสปอร์ตที่เหนือล้ำยิ่งกว่าสิ่งที่สายตาได้สัมผัส ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดจาก 911 จีที 3 อาร์เอส ส่วนประกอบทุกชิ้นล้วนผ่านการพัฒนาขึ้นเพื่อน้ำหนักที่เบาที่สุด โดยยังคงคำนึงถึงประสิทธิภาพการบังคับควบคุมและการขับขี่บนถนนสาธารณะ สปอยเลอร์หลังแบบปรับระดับได้เช่นเดียวกับในรุ่น คาร์เรร่า (Carrera) พร้อมชุด diffuser ติดตั้งใต้ตัวถังพิเศษเฉพาะ 911 อาร์ ให้แรงกดเพื่อการยึดเกาะที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตผลิตขึ้นจากวัสดุไทเทเนียมน้ำหนักเบา ครีบดักอากาศดีไซน์ใหม่ติดตั้งบริเวณกันชนหน้า สัญลักษณ์ปอร์เช่ บริเวณตัวถังด้านข้างและลายคาดตัวถังสีแดงหรือสีเขียว โดดเด่น งามสง่า ยาวตลอดตัวรถ บ่งบอกถึงความเหนือชั้นแห่งยนตกรรมสายพันธุ์สปอร์ตระดับตำนานที่ได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

เบาะนั่งผู้ขับขี่แบบสปอร์ตผลิตจากคาร์บอน บุผ้าบริเวณกึ่งกลางเบาะแสดงให้เห็นถึงความคลาสสิคด้วยดีไซน์แบบ Pepita tartan สไตล์การตกแต่งภายในแบบเดียวกับต้นตระกูล 911 ในช่วงปี 1960 ติดตั้งพวงมาลัย สปอร์ต GT “R-specific” ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 360 มิลลิเมตร ให้สัมผัสแห่งการบังคับควบคุมที่เป็นหนึ่งเดียวกับผู้ขับขี่ หัวเกียร์ธรรมดาเอกลักษณ์ของ 911 ให้จังหวะการทำงานที่ต่อเนื่อง สั้น กระชับ ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุคาร์บอน พร้อมป้ายอลูมิเนียมแสดงลำดับการผลิตติดตั้งบริเวณคอนโซลฝั่งผู้โดยสาร

2016 Porshe 911 R (4)

ปอร์เช่ 911 อาร์ มีกำหนดการนำรถเข้าโชว์รูมในประเทศเยอรมนีประมาณเดือน พฤษภาคม 2016

ปอร์เช่ 911 อาร์: มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยสำหรับการขับขี่ในเมือง 4.9 กิโลเมตร/ลิตร (20.1 ลิตร/100 กิโลเมตร) สำหรับการขับขี่นอกเมือง 10.7 กิโลเมตร/ลิตร (9.3 ลิตร/100 กิโลเมตร) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 7.5 กิโลเมตร/ลิตร (13.3 ลิตร/100 กิโลเมตร); ค่าการปล่อยไอเสีย CO₂ emissions: 308 กรัม/กิโลเมตร