Headline News

“ฟอร์ด” เผยเคล็ดลับสร้าง Ford Everest ให้มีแรงเสียดทานอากาศต่ำกว่าคู่แข่ง ช่วยให้รถเงียบและประหยัดน้ำมัน

สิงหาคม 13, 2016
15,120 Views

คุณอาจคิดไม่ถึงเครื่องบินกระดาษนั้นมีหลายสิ่งเหมือนกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ อย่างไรก็ตาม หลักการที่ช่วยให้เครื่องบินกระดาษที่พับมาอย่างประณีตสามารถบินได้อย่างราบรื่นในอากาศนั้น คล้ายคลึงกับหลักการที่วิศวกรของฟอร์ดใช้ในการออกแบบฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ซึ่งมีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ที่ดีอย่างน่าทึ่ง

“ความลับของการสร้างเครื่องบินกระดาษดีๆ ซักลำอยู่ที่ความใส่ใจในรายละเอียด” ร็อบ คาร์สแตร์ นักอากาศพลศาสตร์ อาวุโส ฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก กล่าว “ทุกรอยพับที่คุณพับบนกระดาษจะสร้างความแตกต่างระหว่างเครื่องบินที่บินได้ดีกับอีกลำที่บินตก ซึ่งฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ก็ไม่แตกต่างนัก เราใช้เวลานับพันชั่วโมงเพื่อขัดเกลาทุกๆ โครงสร้างและองค์ประกอบของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่ารถมีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้นหมายความว่ารถจะประหยัดน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าของเราจ่ายค่าน้ำมันน้อยลง”

และเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ทีมวิศวกรของฟอร์ดได้เข้าใช้งานศูนย์วิจัย Automotive Research and Training (ACART)  ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยที่สุดสำหรับรถยนต์ ตั้งอยู่ ณ ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของฟอร์ด ใกล้กับเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

อุโมงค์ลมของศูนย์วิจัย ACART มีลักษณะคล้ายกับโรงเก็บรถขนาดใหญ่ โดยทีมวิศวกรของฟอร์ด สามารถใช้อุโมงค์ลมวัดค่าด้านอากาศพลศาสตร์ของรถอย่างละเอียดภายใต้สถานการณ์จำลองอันหลากหลาย ซึ่งค่าที่ได้จากการวัดนี้ ทำให้วิศวกรสามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนใดในรถยนต์ต้นแบบของฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ที่ทำให้เกิดแรงต้านอากาศและส่งผลให้รถยนต์มีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์แย่ลง จากการจำลองสถานการณ์ในอุโมงค์ลมมากกว่า 100,000 ชั่วโมง ประกอบกับการปรับแก้การออกแบบอย่างละเอียดนับครั้งไม่ถ้วน ทีมวิศวกรสามารถลดค่าตัวเลขสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เหลือเพียง 0.389 ซึ่งหมายความว่าฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานดีกว่ารถส่วนใหญ่ในขนาดเดียวกัน และค่าดังกล่าวยังส่งผลต่อการประหยัดน้ำมันที่มากขึ้น

การทำให้รถยนต์มีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์เป็นเรื่องของการสร้างความสมดุล ฟอร์ด เอเวอเรสต์  ต้องสามารถให้อากาศไหลผ่านได้ดีโดยไม่ส่งผลต่อสมรรถนะออฟโรดของรถ และเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว คาร์สแตร์และทีมงานของเขาได้ออกแบบชุดกันชนหน้าส่วนล่าง-แบบสามมิติขึ้นโดยติดตั้งอยู่ใต้กันชนหน้าของรถ ชุดกันชนนี้จะช่วยจัดการการไหลเวียนของกระแสอากาศใต้รถยนต์ ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น ชุดกันชนหน้าส่วนล่างยังออกแบบมาให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อความสูงจากพื้นรถ-และมุมไต่ของรถ ส่งผลให้รถสามารถแสดงขีดความสามารถแบบออฟโรดได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ยังช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้นในยามขับขี่บนท้องถนน

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ได้แก่กระจกมองข้างทั้งสอง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดแรงต้านอากาศแล้ว กระจกมองข้างยังถูกออกแบบมาให้ลดเสียงลมที่เกิดขึ้นขณะขับรถโดยเปิดกระจก นอกจากนี้ แถบคิกเกอร์ที่ติดตั้งอยู่ที่ตัวถังด้านท้ายถัดจากกระจกหลังยังช่วยจัดการการไหลเวียนของกระแสอากาศและลดแรงต้านอากาศท้ายรถ

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ อาจมีความแตกต่างจากเครื่องบินกระดาษอย่างมาก แต่กฎด้านอากาศพลศาสตร์ที่เกี่ยวข้องนับเป็นหลักการเดียวกัน โดยหัวใจของประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์คือการใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งทีมวิศวกรของฟอร์ดได้ทำตามหลักการดังกล่าวจนสามารถปรับแต่งค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอันส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ได้อย่างเหมาะสม และสร้างรถยนต์อันประณีต มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเงินตลอดอายุการใช้งาน พร้อมทั้งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบและสะดวกสบายกว่า

U375_Paper Plans Hi Res

FORD EVEREST TCOTY2015_Award_Ford-Everest-drive-028New_Everest_Moon_Roof_night-1Ford Everest on location 002Ford Everest on location 018